[Fic แปล]Of Sandwiches and Sexuality
posted on 21 Nov 2007 22:30 by rainorshine in Translationคำเตือน : บล็อกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Yaoi หรือ Boy's Love หากไม่รู้จักหรือไม่ชอบใจ กรุณาปิดหน้านี้ลงค่ะ
Of Sandwiches and Sexuality
ผู้แต่ง: riddlemethis
เป็นแฟนฟิกของ: Linkin Park
คู่: Mike/Chester
เรท: PG
ประเภท: ตลก
งานเก่าที่เคยลงที่ JRISS และบอร์ดฝูสมัยเป็นบอร์ดปิด จขบ.นำมาเก็บในบล็อกโดยไม่ได้ตรวจทานอีก เนื่องจากดันทำต้นฉบับหาย และลิ้งค์ของผู้เขียน http://a.1asphost.com/yasmina/Of_Sandwiches_and_Sexuality.html ก็ตายไปแล้ว T_T ท่านใดมีต้นฉบับเก็บไว้ (จะมีมั้ย) จขบ.ขอด้วยนะคะ อยากได้มาก ขอบคุณค่ะ
ขอแปะรูปเก่าๆ ประกอบซึ่งคงจะเป็นช่วงเวลาของในฟิกเรื่องนี้ ดูรูปเก่าๆ มันก็น่าจับทำ slash อยู่อ่ะน่ะ ^^ (ตอนนี้ก็ยังได้อยู่มั้ง :9)
**********
[ผมไม่ได้เป็นเกย์]แบรดกับเชสเตอร์สิที่เป็นเกย์
เกย์ทั้งคู่
แบบว่า คู่ตุนาหงัน ด้วย ผมระแคะระคายมาพักหนึ่งแล้วแต่ยังตอกตะปูปิดฝาโลงเรื่องที่ผมหวั่นไม่ได้ เอาล่ะ ถึงยังไม่มีหลักฐานมัดตัวแต่มันเป็นเรื่องจริงแหงแซะ สาบานก็ได้เอ้าว่าไม่ได้โกหก
มีบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างทั้งสองคนเสมอ ถึงไม่เห็นแบบจะๆ จนน่าสงสัยแต่มันต้องมีอะไรแน่ ผมรู้จักแบรดตั้งแต่อายุเก้าขวบโน่น รู้จักมันชนิดถึงกึ๋น มันกับเชสเตอร์สนิทกันจนชวนขนหัวลุกตั้งแต่รู้จักกันใหม่ๆ แน่นอนว่าผมเป็นเพื่อนสนิทเชสเตอร์เหมือนกันแต่นั่นเพราะเราต้องแต่งเพลงด้วยกันหรอกน่า เชสเตอร์สิถ่อไปบ้านเจ้าแบรดตอนดึกดื่นด้วยเหตุอันใดมิทราบ ไปเขียนเพลงเรอะ? หึ ช่างมันเถอะ ทั้งคู่สนิทกันเพราะถูกสเป๊กหน้าตาของอีกฝ่ายแน่ๆ ผมน่าจะรู้ทันตั้งแต่แรกแทนที่จะคิดแค่ว่าทั้งคู่มีนิสัยตรงกันหลายอย่างเท่านั้น เลยกลายเป็นว่ารสนิยมทางเพศก็ดันโจ๊ะกันอีกต่างหาก
น่าจะเป็นเรื่องสุดซิงสำหรับผมอยู่แล้วเชียวที่มีเพื่อนซี้ปึ้กเป็นเกย์ตั้งสองคน หากทั้งคู่จะยอมรับสารภาพแต่โดยดีน่ะนะ ผมหวังว่าเชสเตอร์จะยอมเผยตัวตนที่แท้จริงเสียทีว่าเขาน่ะเป็นประเทืองหัวโปก จะได้เหมือนเรื่อง Will and Grace แล้วผมจะเป็นเกรซเอง อ๊ะ ไม่สิหรือเป็นคาเร็นดีนะ เชสเตอร์จะได้เป็นแจ็ค แบรดเป็นวิล ส่วนผมก็เป็นเกรซกับคาเร็นขยำรวมกัน แต่เชสเตอร์ไม่เหมือนแจ็คเลยซักติ๊ด แบรดก็ไม่เหมือนวิล ผมก็ไม่ใช่ผู้หญิง เอาเหอะ ผมอุปมาได้ห่วยไปหน่อย
ผมจะเล่าเรื่องที่ผมเห็นทั้งคู่ไปซื้อของด้วยกันให้ฟัง ผมว่าจะไปซื้อของนิดหน่อย พวกช็อกโกแลต ไอศกรีม ชาอะไรพวกนี้แหละ ผมเดินจ้ำด่วนจี๋ในร้านเพราะปวดฉี่*มาก* ท่อจะแตกซะให้ได้ แต่ตั้งใจว่าจะซื้อของให้เสร็จก่อน
ระหว่างที่เดินกระแด่วผ่านหน้าชั้นวางของเรียงเป็นแถวผมก็เห็นสองคนนั่น ผมคงจะไม่เห็นหรอกถ้าแบรดมันไม่ได้ใส่เสื้อสีส้มแปร๋นแสบไส้หนึ่งเดียวในใต้หล้าตัวนั้น คงคิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นเสื้อให้เจ้าแบรดใส่คนเดียวเท่านั้นแหละ สีสดสยดสยองปานนั้น เอาเหอะ เอาเป็นว่าผมหยุดกึกเพราะเห็นทั้งคู่แล้วกัน ท่าทางที่ทั้งคู่ยืนเลือกซอสมะเขือเทศด้วยกันส่อเค้าว่าชักไม่ธรรมดา ผมรีบมุดเข้าซอกถัดไป แอบมองพวกนั้นลอดผ่านชั้นวางถุงมันฝรั่งทอด เชสเตอร์เอียงตัวอ่านฉลากบนขวดซอสให้ไอ้แบรดฟัง ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงไม่ออกไปทักวะ คงเป็นเพราะทั้งคู่ยืนใกล้กัน เดินนัวเนียผ่านกันมั้ง แบรดก็หยิบขวดอื่นมาดูผ่านๆ
จากนั้นมันน่าสนใจขึ้นตรงที่แบรดเดินไปหยุดยืนหลังเชสเตอร์ เห็นได้เลยว่ามันไม่ใช่ “ฉันไปยืนข้างเพื่อนล่ะนะ” ธรรมดา แต่มันเป็นแบบ “มาอึ๊บกันเถอะ” นี่สิ จากนั้นมันไปยืนหลังเชสเตอร์ ทำท่าขยับสะโพกเบียดแนบด้านหลังเขา ผมทนดูพฤติกรรมบัดซบบัดสีนี่ไม่ไหวจนต้องปิดตาเลย! ดูเหมือนเชสเตอร์จะเอนตัวเข้าหามันซะด้วย ทำให้ผมคิดถึงสะโพกงามได้ส่วนของเขาขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
จากนั้นทั้งคู่จึงเดินไปเอารถเข็นแต่เพราะต่างตั้งใจเป็นคนเข็นโดยไม่ได้นัด กลายเป็นว่าเชสเตอร์แทรกตัวระหว่างไอ้แบรดกับรถเข็นแถมแขนมันโอบรอบเอวเขาได้ยังไงไม่รู้ โอยขอร้องล่ะ ไม่ต้องประกาศให้โลกรู้ก็ได้ว่าจี๋จ๋ากันขนาดไหน ผมเพิ่งกินข้าวอิ่มหยกๆ เสียดายของ
"ถอยไปเลยไป ไอ้หมาขี้แพ้" เชสเตอร์บอกพร้อมยิ้มกว้าง
"ก็ได้ เจ้าคนเสน่ห์แรง นายเข็นก็ได้" แบรดตอบ เชสเตอร์แลบลิ้นใส่เจ้าแบรดพร้อมขยิบตาก่อนเดินเข้าอีกซอกด้วยกัน มันยิ้มเขินทำเหนียมบ่นเรื่องถุงเท้า
จะบ้าตายว้อยเพื่อนตู อ่อยที่ไหนไม่อ่อยมาอ่อยกันใน *ซูเปอร์มาร์เก็ต* ผมไม่เหลือชิ้นดีแล้ว จริงๆ ต้องเอาช้างมาฉุดนั่นล่ะผมจึงยอมเลิกย่องตามดูพวกนั้น แต่ผมต้องเข้าห้องน้ำอย่างแรง กระเพาะฉี่ผมกระตุกเตือนอีกแล้ว
นี่แน่ะ ผมกล้าพนันว่าพวกนี้เล่นกันแบบไม่ธรรมดาแน่ เชสเตอร์ต้องเป็นพวกชอบเล่นของส่วนเจ้าแบรดคงเต็มใจบริการชนิดถึงสวรรค์ชั้นเจ็ด เชสเตอร์คงขอให้มัดมือมัดเท้าและขอให้อุดปากตัวเองไว้ ปล่อยให้แบรดจัดการตามใจชอบระหว่างฟังเพลงของ Muse ที่แผดลั่น เชสเตอร์คงงดงามและไร้แรงต้าน ปล่อยให้ผมขึ้นทาบทับ แทรกเข้าสู่ร่างช้าๆ เออะ…แบรดดิ๊ แบรดต่างหาก ขึ้นทาบทับ แทรกเข้าสู่ร่างช้าๆ ไม่ใช่โพ้ม ผมเปล่าเป็นเกย์นะ แค่ฟุ้งซ่านนิดหน่อยเอง
เอาล่ะ หลังจากได้ออกกำลังกายนิดหน่อยที่ซูเปอร์มาเก็ต ผมก็เข้าโหมดตื่นตัวเต็มที่ เพราะจำต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง การไปซื้อของและสนิทสนมกันก็ไม่แปลก แต่ทั้งคู่เริ่มตึดหนึบกันตลอดเมื่ออยู่นอกเวลาทำงานตั้งแต่ประมาณสองเดือนก่อนนี่สิ วันหนึ่งผมโทรสอบสวนเชสเตอร์ว่าเขาทำอะไรบ้าง ...
"อ๋อ ฉันแค่เตร็ดเตร่เที่ยวเล่นกับแบรดเท่านั้นเอง เพื่อน" เขาตอบ ทำไมต้องกับแบรด? ทำไมไม่กับผมฟะ? อ้า…ใช่แล้ว เขาเป็นเกย์และชอบพอกันกับแบรดนี่นา
"เข้าใจล่ะ งั้นนายกับแบรดคง…มีอะไรทำเยอะสินะ" ผมแสยะยิ้มกับตัวเอง รู้ว่าเชสเตอร์อ่านเจตนาผมออก "ฉันกะจะถามนายว่าอยากเปลี่ยนใจมาเตร็ดเตร่กับฉันเปล่า ไปดูดีวีดีกับเล่นเอ็กซ์บ็อกซ์อะไรพวกนี้น่ะ"
"ได้เลย ไปดิ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เชสเตอร์อยู่กับเจ้าแบรดบ่อยเกินไปแล้ว บางทีเขาคงอยากมีเวลาเป็นของตัวเองบ้างล่ะมั้ง "ให้แบรดไปด้วยได้เปล่า" -- แต่สงสัยจะยังไม่เบื่อกันเท่าไร
ไม่รู้ทำไมผมเกิดรำคาญขึ้นมา เอาไงดีฟะ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมหึงทั้งที่ไม่ใช่ซักหน่อย "ได้เลย" ผมระงับอารมณ์ "แต่ทำตัวดีหน่อยแล้วกัน" ผมบอกเป็นนัย
"หา?" เชสเตอร์ส่งเสียงงงๆ
"ไม่มีอะไร แล้วเจอกันนะ ไปล่ะ" ผมบอกแล้ววางหูก่อนที่เขาจะถามเรื่องความเห็นสองแง่สามง่ามของผม
ผมคิดว่าจะได้เห็นทั้งคู่ใส่เสื้อยืดลายเข้ากั๊นเข้ากัน เกี่ยวก้อยกันมาบ้านผมแล้วเชียว แต่เปล่าแฮะ สำหรับคนที่ไหวตัวไม่ทันทั้งคู่ก็ดูเป็นชายธรรมดาทั้งแท่ง แต่ผมรู้ดีเกินกว่านั้น ผมเห็นนัยแฝงกำลังผุดพุ่งขึ้นมาเบื้องหน้า ผมคงเป็นคนเดียวที่รู้ว่าทั้งคู่แหกตาชาวบ้านได้เก่งขนาดไหน
มีเรื่องน่าสนใจนิดหน่อยระหว่างที่พวกเราอยู่ในห้องทีวี ผมนั่งบนโซฟายาวสามเบาะซึ่งเป็นที่ประจำ เพราะดูเป็นมุมที่ดูทีวีได้ชัดที่สุด ส่วนอีกสองคนนั่งบนโซฟาขนาดสองเบาะที่อยู่ติดกัน ไอ้แบรดจ้องผลักเชสเตอร์ให้มานั่งที่โซฟาผมอยู่เรื่อย ส่วนเชสเตอร์ก็ลุกขึ้นเดินมานั่งข้างผมทำให้ผมต้องยกขาหลบให้ สักพักเขาก็ตัดสินใจขอตามใจตัวเองกลับไปนั่งข้างแบรดอย่างเดิม ให้ตายเถอะแก โซฟานั่นมันไม่เล็กนะว้อย นั่งได้สองคนสบายๆ อยู่แล้ว ไอ้แบรด ตัวนั่งกินที่
"เชสเตอร์!" แบรดร้องเตือน ไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไร มันน่าจะอยากนั่งข้างแฟนไม่ใช่เรอะ
บอกตามตรงว่าผมเซ็งที่ต้องยกขาหลบเพราะคิดว่าเขาจะมานั่งข้างผม แต่ดันกลายเป็นเก้าอี้ดนตรีสุดพิลึกไปซะนี่
"นั่งลง!" สุดท้ายผมก็ออกคำสั่ง ขอบอกจริงๆ ว่าผมพยามยามดู Spartacus ให้รู้เรื่อง โทนี่ เคอร์ติสเป็นดาราในตำนานโดยแท้ ผมยกขาหลบให้ หวังว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายพลางชี้มือไปที่โซฟา ผมเห็นแบรดยิ้ม ส่วนเชสเตอร์ดูลังเลก่อนนั่งหนีบที่สุดขอบโซฟา "ฉันไม่ได้เป็นเอดส์เชสเตอร์ เขยิบมาใกล้ๆ ก็ได้" ผมบอกด้วยเสียงเคืองๆ คนคงคิดกันว่าหากเขาเป็นเกย์เขาคงชอบมายุ่มย่ามใกล้ผม แต่ไม่ใช่ การที่เชสเตอร์ 'ทิ้งระยะห่าง' แบบนี้ทำให้ผมหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ เขาคงทุ่มเทให้เจ้าแบรดเอามากๆ แต่ใช่ว่าผมจะใส่ใจเรื่องนี้หรอกนะ
เราเลยได้นั่งดูโทนี่เป็นสปาร์ตาคัสกันซะที จากนั้นต่อด้วยนักเล่นแซ็กโซโฟนที่สับสนทางเพศใน Some Like It Hot ผมชื่นชมโทนี่ เคอร์ติสจริงๆ ว่ากันว่าเขาเป็นสัญลักษณ์ของชาวเกย์แต่ผมรู้ดีว่าเขาเป็นศิลปินผู้โดนเข้าใจผิดซึ่งพยายามส่งเสียงร้องในโลกที่เผด็จการครองเมืองแบบนี้ ผมสังเกตเห็นเชสเตอร์ยุกยิกเสมอเมื่อโทนี่ดูดีมีเสน่ห์เป็นพิเศษในหนัง น่ารำคาญชะมัดเลยเชสเตอร์! นายทำให้ฉันพลาดฉากเด็ดของโทนี่นะ!
"อยากหนุนตักฉันไหม" ผมถามเมื่อเห็นเขาพยายามนอนเท้าแขน เขาจ้องผมอย่างแคลงใจแถมหน้าซีด
"ทำไมฉันต้องอยากด้วย?" เขาพูดขึ้นเสียง
"เพราะนายนั่งไม่ถนัด" ผมอธิบาย "นายชอบนอนดูหนัง และนายก็ชอบใช้ตักฉันแทนหมอน"
"อ้อ" เขาอุทานพร้อมยิ้ม "ขอบใจ" แล้วพูดเหมือนเพิ่งคิดได้
เขาคงไม่อยากให้แบรดอารมณ์เสียมั้งเพราะผมเห็นเขาส่งสายตายให้มันเป็นทำนองว่า 'เปล่านะ ฉันไม่ได้นอกใจ สาบานได้' ก่อนเอนตัวหนุนตักผมอย่างเขินๆ เจ้าแบรดก็ยิ้มตอบ
แหมหอมจัง ผมจินตนาการออกเลยว่าแบรดมันจะรู้สึกยังไงตอนร่างเชสเตอร์มีเหงื่อพราวระหว่างทำอะไรกัน กลิ่นเชสเตอร์มีเสน่ห์สมชายชวนให้ลิ้มลอง จำได้ว่าผมเคยเข้าไปยืนชิดเชสเตอร์หลังแสดงเสร็จเพราะกลิ่นหอมจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นแบบผู้ชายที่มีส่วนผสมของกลิ่นโคโลญเจือจางกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ คือผมเป็นคนชอบดมกลิ่นน่ะ
ผมไม่ได้แก้ตัวแต่กลิ่นนั่นหอมจริงๆ เหมือนเวลาเราทักเพื่อนว่า 'เฮ่ ตัวหอมดีนี่' ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามาก
พอตกดึกทั้งสองคนกลับบ้าน ผมเห็นแบรดกระแซะเชสเตอร์ เห็นชัดบาดตาว่าทั้งคู่คงไปต่อกันที่บ้านไอ้แบรดและทำเรื่องระหว่างคนสองคนกัน คงจะดีละมังที่ได้กลับบ้านพร้อมใครสักคน เชสเตอร์ยกมือป้องปากหัวเราะคิกระหว่างเดินไปที่รถแบรด ผมไม่ได้ล้อเล่นเขาหัวเราะคิกคักจริงๆ ท่าจะรักกันดูดดื่ม
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีเหตุการณ์นับไม่ถ้วนที่ตอกย้ำว่าข้อสงสัยของผมเป็นความจริง ทุกวันนี้ทั้งคู่หัวเราะคิกคักด้วยกันบ่อยๆ ถูกเนื้อต้องตัวกันเสมอ มีพฤติกรรมส่อแววเกย์ชัดเจน ผมไม่ใช่คนเดียวที่สังเกตเห็น โจก็พูดขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ผมมั่นใจว่าคนอื่นในวงรู้ดีกว่าที่ยอมแบไต๋ออกมา ดังนั้นวันนี้ทุกคนเลยมาเที่ยวบ้านผม และตอนนี้ก็ถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว
ผมซัดเซพเนจรเข้าไปในครัวเจอโจกับฟีนิกซ์กำลังทำแซนด์วิช เชสเตอร์อยู่ชั้นสอง อาจจะกำลังเล่นจ้ำจี้กับไอ้แบรดมั้ง แค่คิดก็สยองแล้ว จากนั้นราวกับโจอ่านใจผมออก
"ฉันคิดไปเองหรือเชสเตอร์กับแบรดมันมีอะไรกันแน่วะ" โจวางจานแซนด์วิชป้าบลงตรงกลางโต๊ะ ผมแบ่งใส่จานตัวเองสองสามชิ้น "สังเกตกันบ้างปะ หรือว่าทั้งคู่ทำอะไรแปลกๆ อยู่แล้ว"
ผมกัดแซนด์วิชแฮมในมือ "เออ ฉันเห็นว่ะ" ผมตอบหลังกลืนแซนด์วิชคำโตลงท้อง
"ไม่รู้ว่าสองคนนั่นเป็นอะไรกัน ฉันพูดจริงๆ" โจพูดกระซิบ "ทั้งสองคนดูแปลกๆ โดยเฉพาะเชสเตอร์" โจพูดแล้วหยุดกึกไป
"ก็ไม่เห็นแปลกถ้าหมอนั่นจะเป็นโฮโมแอบจิตตัวเป้งและก็เป็น--" ผมได้ยินเสียงพื้นลั่นดังเอี๊ยดจากข้างหลัง รู้ได้ทันทีว่าทำไมโจมันถึงหุบปากกะทันหันแล้วถลึงตาใส่ผม ผมหมุนตัวช้าๆ หันมาเผชิญหน้าเชสเตอร์ผู้ไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งสิ้น "อ้อ…เอ่อ…แซนด์วิช?" ผมถามแกนๆ ยกจานให้เขา
เชสเตอร์มองจาน จ้องหน้าผม แล้วกลับไปมองจานอีกที "ตลอดชีวิตฉันเคยโดนด่ามาสารพัด ชิโนดะ..." เขายักคิ้วข้างหนึ่งให้ผม ก่อนพูดต่อ "...แต่ไม่เคยมีใครด่าฉันว่าเป็นแซนด์วิชโฮโมแอบจิตตัวเป้ง"
เคยได้ยินเรื่องความเงียบชวนอึดอัดไหม นั่นล่ะพวกเราเจอมาแล้ว
"ล้อเล่นน่า" ผมยิ้มเปลี้ย
แต่ไอ้โจไม่รอช้าเข้าประเด็นทันที "เชสเตอร์นายเป็นเกย์หรือเปล่า"
เชสเตอร์หยุดคิดพักหนึ่ง "ฉันว่าผู้หญิงก็น่าฟัดนะ" เขาตอบเลี่ยง
"งั้นนายก็ชอบผู้หญิง?"
"ฉันเป็นคน...ยืดหยุ่น" เขาบอกช้าๆ ส่งยิ้มให้ผม กูว่าแล้ว
"งั้นนายก็ยืดหยุ่นกับแบรดด้วยสิท่า" ผมเลิกคิ้วถาม
"ไม่มีความเห็น"
"ใช่จริงๆ ด้วย!" ผมร้อง
ใบหน้าเชสเตอร์ยังคงเรียบเฉย "ไม่มีความเห็น"
"หุบปากไปเลย! ฉันไม่อยากจะเชื่อ!"
"ไม่มีความเห็น!" เชสเตอร์กลั้นยิ้มไม่อยู่
"นายนี่มันเกย์จริงๆ เลย" ผมหมายถึงการที่เขาไม่ยอมเอ่ยออกมาตรงๆ น่ะ ไม่ใช่เรื่องรสนิยมทางเพศของเขาหรอก
เขายักคิ้วข้างเดียวให้ผมอีกครั้ง ผมเกลียดตัวเองชะมัดที่ชอบท่าทางแบบนี้ของเชสเตอร์เป็นบ้า ไอ้แบรดโคตรโชคดีเลยเฟ้ย เอ่อ หมายถึงโชคดีที่มันไม่ต้องเก็บอาการชื่นชมเอาไว้น่ะ... ใช่แล้ว *แค่กๆ*
"หากฉันเป็นเกย์จริง แล้วจะเป็นไง" เชสเตอร์แสดงสีหน้าออกมาว่ากำลังประเมินผมอยู่ ไอ้เปรต
"หากถามว่าฉันเป็นพวกเกลียดโฮโมไหม คำตอบคือไม่ ฉันไม่ว่าอะไรเรื่องนายกับแบรด" ผมตีหน้าตายตอบ "แต่นายน่าจะบอกฉันให้เร็วกว่านี้"
"ฉันกับแบรดไม่มีอะไรกัน!" เชสเตอร์ขึ้นเสียง "คือเราไม่ได้จริงจัง"
"นั่นไง! ว่าแล้วเชียว"
"นายสงสัยว่าฉันคบกับแบรดหรือ" เชสเตอร์ซ่อนสีหน้าประหลาดใจ
ผมสะดุ้งโหยง "เปล่า! นายคิดว่าฉันว่างนักหรือไง คิดว่าฉันสะกดรอยตามพวกนายในซูเปอร์มาร์เก็ตอะไรทำนองนั้นเรอะ"
อุ๊บ
"อะไรนะ" เชสเตอร์มองผมด้วยสีหน้างุนงง ริมฝีปากบนเผยอขึ้นเล็กน้อยทำให้ดูน่ารักชิบเป๋ง
"เปล่า" ผมทำหน้ามึน "ฉันแค่บอกว่าฉันไม่เคยตามดูว่าพวกนายทำอะไรกัน"
แก้ตัวได้เจ๋ง ชิโนดะ
"ฉันก็ไม่เคยบอกว่านายทำ"
เขาพูดอะไรอีกผมก็จำไม่ได้ หน้าตาหมอนี่เวลาเอ๋อช่างน่ารักจริงๆ ให้ดิ้นตาย ไม่แปลกใจเลยที่แบรดกลายเป็นเกย์เพราะหมอนี่ เป็น*ผม* ก็ยอมเหมือนกัน เอ่อ หมายถึงสมมุติว่าผมเป็นเกย์น่ะ แต่ผมไม่ได้เป็น
"ฟังนะ ฉันไม่สนใจเรื่องที่นายสองคนเป็นเกย์" ผมยิ้มสนับสนุนความคิดของตัวเอง "ฉันมีความสุขกับนายสองคนด้วยซ้ำ เจ้าคู่เกย์ตัวแสบ"
"แบรดไม่ได้เป็นเกย์" เชสเตอร์บอกในตอนท้าย
ผมยิ้มอย่างรู้ทัน "อ้อ นายก็ไม่ใช่เกย์ล่ะสิ แต่แบรดเป็นข้อยกเว้น จริงๆ แล้วนายไม่ได้ชอบผู้ชาย นายชอบแบรดแค่คนเดียว?"
เชสเตอร์หน้าแดงแป๊ด ทำให้ผมรู้สึกพิกล ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่สนใจนี่นา "แบรดไม่ใช่เกย์" เชสเตอร์ย้ำ ผมเกือบคิดไปว่าเขาพยายามบอกอะไรบางอย่างกับผมแล้วเชียว เล่นจ้องผมเขม็งอย่างนั้น ไม่เป็นไรหากเขาอยากพูดจริงๆ เขาคงมาบอกผมทีหลังเองแหละ
"นายเพิ่งพูดไปหยกๆ" ผมบอก "แล้วฉันก็บอกว่าฉันไม่สนใจเรื่อง 'การจำกัดความ' อะไรพวกนั้น"
เชสเตอร์คราง ยกมือขึ้นปิดหน้า บ่นพึมพำซึ่งผมฟังไม่ถนัด จับความได้ประมาณว่า 'บื้อ' กับ 'อะไร' กับ 'อย่างนี้' อาจไม่เรียงลำดับตามนี้หรอกนะ ผมงงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
เจ้าแบรดตายยากโผล่เข้าประตูครัวมา ทั้งคู่สร้างโลกส่วนตัวส่งสายตาให้กันทำให้ผมอยากเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างทั้งสองคนอย่างไม่มีเหตุผล ที่จริงก็ถือว่าสมควรแก่เวลาที่จะเกิดหวงทั้งคู่ขึ้นมาล่ะนะ ชิโนดะ สองคนนั่นเป็นของเล่นของผมมานานแต่จู่ๆ กลับจับคู่กันเองซะนี่ แบบนี้มันไม่แฟร์ เชสเตอร์เป็นของผมไม่ใช่ของไอ้แบรด! ผมไม่ได้หมายถึงในทำนองอย่างว่านะ ขอบอกไว้ก่อน
"ไงไมค์ เป็นไงบ้าง" แบรดทักพร้อมหยิบแซนด์วิช มันถามบ้าอะไรวะ อยากจะรู้ว่าผมเป็นเกย์รึเปล่าหรือไง
"เป็นผู้ชายปกติทั้งแท่ง ขอบใจ" ผมสวน
ผมได้ยินโจส่งเสียงคิกๆ จากด้านขวา จึงหันขวับไปมองมัน
"ตลกอะไรวะ"
โจชูมือทำตาใส "อย่ามองแบบนั้นเซ่ ฉันแค่ขำที่นายประสาทแดกเท่านั้น"
"ฉันไม่ได้ประสาทแดก!" ผมแย้ง นี่มันโคตรจะไม่แฟร์
จากนั้นสาบานได้ว่าผมเห็นทั้งกลุ่มส่งสายตาให้กัน ผมรู้สึกหลุดวงโคจรขึ้นมาดื้อๆ โจสบตาเชสเตอร์ เชสเตอร์สบตาแบรด แบรดสบตาฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์สบตาเชสเตอร์ซึ่งตอนนี้ส่งสายตาหวานจ๋อยให้ทุกคน ถ้าร็อบอยู่ที่นี่มันต้องร่วมวงส่งสายตาสติแตกด้วยแหงๆ ผมรู้จักมันดี
"ทุกคนมีอะไรปิดบังฉันแน่ๆ" ผมหงุดหงิด
"พูดเรื่องอะไรของนาย" โจทำแกล้งเซ่อถาม
"อย่าทำเป็นโง่หน่อยเลย" ผมบอกด้วยความโมโห "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าทุกคนปิดบังอะไรฉันไว้เรื่องสมาคมชาวเกย์นี่"
"ไมค์--" เชสเตอร์เริ่มพูดก่อน
"หุบปากเถอะเชสเตอร์" ผมพูดโดยไม่คิดแล้วสะบัดหน้าเดินออกมา เสียจังหวะนิดหน่อยตอนสะดุดพรม แต่ก็เดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมออกมานอกบ้าน นั่งบนสนามหญ้า ผ่านไปห้านาทีก็ยังไม่มีใครออกมาตาม ทีนี้ผมรู้จริงๆ ว่าผมถูกทิ้งอย่างสิ้นเชิง ผมว่าจะกลับเข้าไปว้ากใส่ทุกคนต่ออีกหน่อยแบรดก็มานั่งข้างผมพอดี ผมมัวแต่หัวเสียจนไม่ได้ยินเสียงมันเดินมา เหมือนแมวเลยแฮะที่เคลื่อนไหวปราดเปรียวได้อย่างเงียบๆ อ้อ เหมือนเกย์ด้วย
"นายพูดกับเชสเตอร์แรงเกินไปหน่อยนะ" แบรดพูด ดูสิว่าคู่นี้หวานกันขนาดไหน แบรดช่างปกป้องแฟนเหลือเกิน – น่ารักเสียไม่มี
ก็ได้ ผมอาจพูดแรงไปหน่อยเรื่องที่หาว่าเขาเป็นเกย์ แต่ผมเริ่มเข้าใจขึ้นมารางๆ แล้วว่าคงห้ามไม่ได้เพราะเจ้าแบรดกับเชสเตอร์พร้อมเต็มทีที่จะหนีไปแต่งงานกันท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ทั้งสองคนออกนอกหน้ากันปานนี้ ทั้งคู่รักกันส่วนผมก็ถูกทิ้ง ผมมองแบรดที่กำลังยิ้มให้ผม มันแค่อยากได้เชสเตอร์เป็นของตัวเองเท่านั้นแหละผมรู้ทันหรอกน่า อย่าหวังเลยว่ะครับ ข้ามศพตูไปก่อนเหอะเพื่อน
ฟีนิกซ์กับโจออกมาเหมือนกัน แล้วทรุดตัวนั่งข้างผมกับแบรด นี่มันอะไรฟะ วันรุมไมค์หรือไง
"ฉันเพิ่งบอกว่าไมค์พูดกับเชสเตอร์แรงไป" แบรดบอกทุกคน
ฟีนิกซ์พยักหน้า "ใช่เพื่อน เขาเสียใจนะ"
"เรื่องอะไรมิทราบ?!" นี่มันเรื่องตลกอะไรกันแน่ ผมอุตส่าห์เข้าใจเขาและทำตัวมีเหตุผลแล้วนะ! "เขาต่างหากที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ กับฉัน"
"อะไรนะ"
"หุบปากไปเลย แบรดฟอร์ด" ผมพูดพร้อมถอนใจเฮือกใหญ่ หากมันยังไม่เข้าใจผมจะอธิบายให้ทะลุไปเลย
"นายควรไปขอโทษ" มันพูด ผมมองแบรดกับฟีนิกซ์ที่พยักหน้าเห็นด้วย
"ขอโทษเรื่องอะไร?! ที่ฉันบอกเขาว่าฉันไม่รังเกียจที่เขาเป็นเกย์เรอะ ขอโทษที่บอกว่าฉันรับได้?! หรือจะให้ฉันพูดว่า โธ่ ฉันขอโทษนะ เชสเตอร์ที่ฉันบอกนายว่าไม่เป็นไร ฉันเต็มใจยอมรับ ขอโทษเรื่องเกย์งี่เง่าของนาย"
"เปล่า ขอโทษที่นายพูดจาร้ายๆ แล้วก็พูดแรงเกินไป" โจบอกแล้วมองแบรดเหมือนขอให้ช่วยรับมุข
ผมมองทั้งคู่รู้สึกราวกับเป็นไอ้ทึ่ม ผมพูดแรงไปตรงไหน ผมพูดอะไรให้เชสเตอร์เสียใจ
"ไมค์ แกทำร้ายความรู้สึกเชสเตอร์" ฟีนิกซ์บอกผมอย่างหนักแน่น "หากฉันเป็นเชสเตอร์ ฉันจะตัดเพื่อนกับแกไปเลย"
"นายหาว่าเขาเป็นเกย์--" แบรดพูด
"ก็ไม่เห็นเขาปฎิเสธนี่" ผมเถียง
โจส่ายหน้า "ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น นายใจร้ายกับเขา ไปขอโทษซะ เขาไม่มีความหมายกับนายบ้างเลยหรือไง"
"ฉันแค่พูดความจริง" ผมยังไม่อยากถูกรุม
"อย่าทำเป็นยิ้มให้ฉัน ชิโนดะ" แบรดเตือน ฉันไม่ได้ยิ้มให้นายไอ้เกย์เซ่อ ฉันยิ้มเฉยๆ ผมจะขยับมุมปากขึ้นนิดหน่อยไม่ได้หรือไงนะ ผมว่ามันดูน่ารักดีออก
ความรู้สึกกลัวที่ต้องเผชิญหน้าเชสเตอร์ก่อตัวแผ่ขยายขึ้นเหมือนลางร้าย ผมไม่รู้ว่าทำไมมันจึงน่ากลัวนักแต่มันน่ากลัวจริงๆ
"ขอโทษซะ" แบรดตัดบท "ไม่งั้นเราจะบอกเขาว่านายรักเขา"
"อะไรนะ?!" ผมร้องเอ๋ง ให้ตายเถอะมันชักไม่เข้าท่าแล้ว "ก็ได้" ผมตะโกนพร้อมลุกขึ้นเดินกลับเข้าบ้าน ทุกคนก็ตามมา
"เชสเตอร์?" ผมเรียก สงสัยว่าเขาอยู่ไหน ปรากฏว่ายังนั่งที่เดิมอยู่ตรงโต๊ะในครัว แต่ก็ไม่เหมือนเดิมซะทีเดียวเพราะเขานั่งพังพาบปล่อยให้ใบหน้าซบโต๊ะ ท่าทางสับสน
"ทุกคนบอกว่าฉันพูดแรงเกินไปและใจร้ายกับนาย" ผมพูด ถึงนาทีนี้รู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม "บอกให้ฉันมาขอโทษ"
"ไม่เป็นไร--" เขาแย้งด้วยเสียงเนือยๆ
"เงียบนะ เชสเตอร์" แบรดพูดขัด
"ฉันขอโทษหากทำให้นายไม่พอใจ" ผมพูด "ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ไม่ชอบที่ถูกตัดขาดจากกลุ่ม"
"ไม่เป็นไร--"
"เชสเตอร์หุบปาก" ฟีนิกซ์สั่ง "ไม่เลย ไมค์ มันไม่โอเค ไม่เห็นเรอะว่าแกทำให้เขาเสียใจแกต้องแสดงความจริงใจมากกว่านี้ก่อนกล้าคิดยกโทษให้ตัวเอง"
น่าอายเป็นบ้าเลย พวกมันอยากให้ผมทำยังไงฟะ
"ไม่เป็นไรจริงๆ ไมค์ " เชสเตอร์บอกแล้วยิ้มน้อยๆ ให้ผม ใช่สิคงยินดีที่เห็นผมอับอายสิท่า เจ้าคนซาดิสต์
"เอาล่ะ" แบรดพูดในที่สุด "ท่าทางเชสเตอร์ยอมยกโทษให้นาย คงเพราะนายโชคดีล่ะมั้ง" ทั้งสี่คนส่งสายตาลับเฉพาะคนรู้กันอีกรอบ
แต่ยังมีเรื่องกวนใจผมอยู่ดี จากนั้นก็มีความเงียบชวนอึดอัด ผมเห็นเชสเตอร์ขยับตัวบนเก้าอี้อย่างเป็นทุกข์ เจ้าแบรดลงนั่งข้างๆ แล้ววางมือบนแขนเขา ผมรู้สึกประหลาด อยากวิ่งพรวดไปปัดมือมันออกแล้วตะโกนว่า "เอามือเอ็งออกไปให้พ้นผู้หญิงของข้านะเฟ่ย" แต่เชสเตอร์ไม่ใช่ผู้หญิงของผม เขาไม่ใช่ผู้หญิงด้วยซ้ำไป ไม่มีส่วนไหนเป็น เขาเป็นผู้ชาย
เอาล่ะ การมีเพื่อนซี้สองคนหนีตามกันไปเป็นเกย์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การที่จู่ๆ ผมก็ถูกกันออกมาเป็นคนนอกมันเป็นคนละเรื่องกัน เชสเตอร์เป็นคู่หูคู่โฉดของผม เป็นอีกครึ่งหนึ่งของผม…ก็ในการแต่งเพลงน่ะนะ เป็นของเล่น เป็นแซนด์วิชโฮโมตัวเป้งของผม โทษทีนะแบรด แต่ฉันไม่ยกเขาให้นาย! ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นผมที่คู่กับเชสเตอร์ ก็…ตั้งแต่เขาเข้าวงมาน่ะนะ ผมเป็นคนที่เสียงสอดประสานเข้ากับเขามากที่สุด ผมเป็นคนที่มีคลื่นตรงกับเขา ผมคนเดียว ไม่ใช่แบรด นายมันแค่คนเล่นกีต้าร์!
ทุกคนเดินออกไปเพราะชักหมดความสนใจ เชสเตอร์ลุกขึ้นเดินออกไปเหมือนกัน ในครัวเหลือแค่ผมกับแบรด
"นายมันโง่บัดซบ" มันบอกผมหลังจากทุกคนออกไปแล้ว
"หา?" ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันพูดเรื่องอะไร
"นายมันงี่เง่า ฉันรู้นะว่านายแอบดูพวกเราที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันสังเกตเห็นนายเฝ้ามองเขาเสมอ…นายหลงใหลเชสเตอร์มาหลายปีแล้ว--"
"หึงล่ะสิ" ผมกะกวนตีนมันหน่อย
"นั่นไม่ใช่ประเด็นโว้ย" มันบอกพร้อมตบหัวตัวเองดังฉาด "ฉันไม่ได้หึง" มันพูด
ผมยิ้มยียวน "จะพูดอย่างนั้นก็ตามใจ แต่จริงๆ แล้วนายรู้สึกยังไงล่ะ" น่าสงสารไอ้คนปากแข็ง ไม่รู้หรือไงว่าหากนายคบกับผู้ชาย นั่นก็หมายความว่านายเป็นเกย์
ผมยังคงรู้สึกหวงเชสเตอร์อยู่เพราะเขาเป็นของผมมาตลอด
"งั้นแค่…ไปพูดกับเชสเตอร์ให้รู้เรื่อง ตกลงนะ" แบรดสั่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไป ผมถอนหายใจเสียงดังแต่ยังไม่สะใจวัยรุ่นเพราะไม่มีคนฟัง
ผมเลยออกมาหาเชสเตอร์ ไม่นานก็เจอเพราะผมรู้ว่าเขาคงนั่งอารมณ์เสียอยู่แถวสวนกุหลาบนั่นแหละ แต่เชสเตอร์ไม่ได้อารมณ์เสียหรอก เขาแค่นั่งเหม่อมองไปข้างหน้าเฉยๆ พอเห็นผมเดินเข้าไปหาเขาก็ยิ้มนิดๆ
"คืองี้นะ เชสเตอร์" ผมพูดขณะทรุดตัวบนม้านั่ง "ฉันไม่สนใจเรื่องนายกับแบรดหรอก" ผมโกหกนิดหน่อย แล้วยกขานั่งคร่อมเก้าอี้เพื่อมองเขา
"เรื่องฉันกับแบรดน่ะ--"
"รู้มั้ย ให้ตายห่าเหอะ จริงๆ แล้วฉันสนใจ" ผมเอ่ยออกไปเพราะห้ามตัวเองไม่ทัน ผมรีบยกมือปิดปากด้วยความตกใจสุดขีด ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะพูดแบบนั้น ไม่จริง! แต่ยังมีคำพูดชวนจ๊ากยิ่งกว่าตามมา ผมได้แต่ปล่อยให้มันทะลักออกจากปาก "นายเป็นของฉันแต่ตอนนี้นายกับแบรดแล้วก็เรื่องเกย์ๆ พวกนั้นทำให้ฉันกลายเป็นคนนอก ฉันไม่สนว่านายกับแบรดรักกันปานจะกลืนแค่ไหน แต่ฉันไม่ยกนายให้มันแน่ นายเป็นแซนด์วิชโฮโมแอบจิตตัวเป้งของฉัน และฉันรักนาย โอเค้? เพราะงั้นหุบปากแล้วเลิกมองฉันแบบนั้นซะที เจ้าเกย์บ้า"
ห๊ะ? เอื๊อก ผมไม่ได้พูดออกไปใช่มั้ย เขาชักมองผมแปลกๆ ซะแล้ว ผมทนความเงียบแบบนี้ไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ
"พูดอะไรบ้างสิ เจ้าเกย์เผือก"
เชสเตอร์ก้มมองมือแล้วยิ้มให้ตัวเอง "ไม่ใช่แบรดหรอก" เขาเอ่ยเบาๆ "ก็ไม่เชิงเป็นแบบนั้น นายพูดถูก เรามีความลับกันนิดหน่อยเพราะเขาชอบฉัน ฉันได้แต่หวังว่านั่นจะทำให้นายหึงได้บ้าง" เขาบอก
เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว? กรอกลับหน่อยซิ เจ้าบ้า
"ว่าแล้ว ฉันพูดถูกเรื่องนายกับแบรด!" ผมร้องดีใจ
"นั่นไม่ใช่ประเด็น" เขาพูดท่าทางรำคาญ
"แต่ที่นายกับแบรด…คบกันล่ะ" ผมถาม รู้ตัวว่ากำลังทำหน้าฉงนอยู่แหงๆ
"นายนี่มันทึ่มจริงๆ" เขาบอกอย่างอ่อนโยน โดยที่ไม่ทันตั้งตัวเขาเอนตัวเข้าจูบผม ฉันไม่ใช่เกย์! ฉันไม่ใช่เกย์! แต่ฉันเป็นเกย์ มันไม่ตลกนะนี่! สมองผมตะโกนดังลั่น ตอนนี้ผมดมกลิ่นเขาได้ถนัดกว่าเคยและได้ใกล้ชิดเขากว่าครั้งไหน รับรู้ถึงสัมผัสจากปลายลิ้นที่แตะริมฝีปากผมแผ่วเบา ผมเผยอปากให้เขาสัมผัสผมได้ถนัดยิ่งขึ้น หัวหมุนติ้วคิดอะไรไม่ออกทำได้เพียงปล่อยตัวให้หลอมละลายกับประสบการณ์ที่งดงามและแปลกประหลาดนี้
ผมรู้สึกว่ามือของเชสเตอร์ประคองใบหน้าผมไว้และริมฝีปากเขาแนบริมฝีปากผม สักพักหนึ่งเขาก็ถอยออกไปและผมลืมตาในที่สุด
เสียงดังจากหลังพุ่มกุหลาบทำให้ผมหยิบก้อนหินใกล้เท้าปาโชะเข้าไป พุ่มกุหลาบที่กำลังหัวเราะคิกคักร้องเจี๊ยก แบรดลุกขึ้นยืนคลำหัวป้อย ส่งสายตามีความหมายบางอย่างให้เชสเตอร์ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมไม่รู้สึกหงุดหงิดแล้ว กลับรู้สึกเห็นใจมันด้วยซ้ำ สงสารแกจริงๆ แบรด เขาไม่มีทางรักแกเหมือนที่รักฉันแน่
"ทุกคนพยายามช่วยให้เราได้คบกัน" เชสเตอร์บอกพร้อมผายมือไปยังพุ่มกุหลาบ "ทุกคนรู้เรื่องนี้" โจกับฟีนิกซ์จึงยืนขึ้น
ผมงง "เรื่องอะไร"
"เรื่องฉันเป็นแซนด์วิชโฮโมตัวเป้ง และฉันชอบนาย" เขาเอนตัวจูบผมอีกครั้งและผมสนองตอบชนิดลืมหายใจ
ผมว่าผมคงเป็นเกย์ เชสเตอร์กับผมเป็นเกย์
เกย์ทั้งคู่
แบบว่าเป็นคู่ตุนาหงัน
วันหนึ่งแบรดมันคงทำใจได้เอง เจ้าคนน่าสงสารเอ๊ย
FIN
**********
เหอ
ชอบมากมายค่ะ ไมค์น่ารักอ่ะ
โห ไม่เคยจิ้นวงนี้มาก่อนเลยนะคะเนี๊ย แบบว่า เค้าแมนเกินไป 555
แต่พอมาอ่าแบบนี้แล้วชอบมากๆๆๆๆเลย
คาดว่าจะหาอ่านต่อไปด้วยค่ะ
#1 By คุณพู่ on 2007-11-23 17:58